2010/Jan/04

วันนี้หัวข้อมาแปลกดีเนาะ (หลายคนอาจแอบตกใจ )  แต่ที่มีหัวข้อแบบนี้ได้ เพราะเมื่อหลายวันก่อนได้อ่านคอลัมภ์ท่องเที่ยวจากหนังสือเล่มนึง แล้วมีการอ้างอิงถึงข้อความที่เป็นแนวคิดปรัชญาระดับโลก จนทำให้นึกถึงบรรดาพวกวิชาปรัชญาศึกษาที่ตัวเองก็เคยได้พอถูๆ ไถๆ มาบ้างเมื่ออดีตกาลนานเหลือใจ...

ก่อนอื่นเรามารู้จักเจ้าของคำโปรยแสนเลื่องชื่อกันก่อนดีกว่า... 

เฮราคลิตัสแห่งอีฟีซัส (Heraclitus the Ephesian) (ราว 535 ปีก่อนคริสต์ศักราช - 475 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เป็นนักปรัชญายุคก่อนโสกราตีส ชาวกรีกผู้ที่เดิมมาจากอีฟีซัสในไอโอเนียบนฝั่งทะเลอานาโตเลีย

เฮราคลิตัสเป็นที่รู้จักกันในปรัชญาของความเปลี่ยนแปลงที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล และวจนศาสตร์ (Logos) เป็นพื้นฐานของทุกสิ่งทุกอย่าง ในปัจจุบันเฮราคลิตัสมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อฟรีดริช นีทเชอในปรัชญาของ space และ time

และแนวคิดอันโด่งดังของเฮราคลิตัสที่เป็นอมตะตราบทุกวันนี้...

"One cannot step into the same river twice." 

"เราไม่อาจก้าวลงบนแม่น้ำสายเดิมได้เป็นครั้งที่สอง"

คิดว่าหลายๆ คนอาจเคยคุ้นหูจากที่ใดซักแห่งแสนไกล แต่คงจะมีน้อยนักที่จะจดจำได้ว่าใครเป็นผู้เอ่ยเอาไว้เมื่อยุคนักคิดรุ่งเรืองโรจน์ แม้ว่าสายน้ำจะไหลผ่านไป ไม่มีวันไหลย้อนกลับ แต่อักษรที่สื่อความนัยนี้กลับคงอยู่เป็นอมตะถึง ณ เวลาปัจจุบัน

คนเราไม่อาจย่ำลงในแม่น้ำที่มีกระแสน้ำสายเดิมได้ เพราะน้ำสายใหม่ก็จะไหลมาซ้อนทับรอยกระแสน้ำเดิมอยู่ตลอดเวลา เหมือนช่วงเวลาที่ผ่านเข้ามาในกระแสชีวิต เหตุการณ์หนึ่ง จะเกิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เหมือนกัน 100% แล้วจะเกิดซ้ำใหม่อีกครั้งได้ เพราะงั้น ความหมายทีอยากจะสื่อผ่านแนวคิดนี้ ก็คือ จงอย่าลังเลที่จะทำสิ่งที่มีความหมายและสำคัญกับตัวเอง เพราะเมื่อโอกาสนั้นผ่านไป ก็ไม่อาจเรียกให้มันย้อนคืนกลับมาได้อีก เพราะงั้น จงตักตวงโอกาสแสนงามในกระแสธารแห่งชีวิตเอาไว้ให้ได้มากที่สุดกันเถอะ ไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้าหรอกว่า แม่น้ำของเราจะไปสิ้นสุดออกทะเลกว้างใหญ่ หรือไปเหือดแห้งลงเอาที่ตรงแอ่งไหน แม่น้ำมียาวสั้นฉันใด ชีวิตเราก็ฉันนั้นล่ะค่ะ

เอาใจช่วยทุกคนที่กำลังไขว่คว้าหาฝันในปีใหม่นี้นะคะ โชคดีทุกคนค่ะ